0 Comments

วิธีตั้ง Stop Loss

การทำสิ่งต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จนั้น ย่อมมีหลักการและกฏเกณฑ์ที่ดีให้ได้เลือกใช้งานกัน รวมไปถึงเรื่องของการลงทุนหรือการเทรดก็ต้องมีกฏที่ทำได้เป็นอย่างดีครับ โดยบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “กฎทอง 3 ข้อในการตั้ง Stop Loss ที่มืออาชีพใช้” กันครับ  โดยเราจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “วิธีตั้ง Stop Loss”  กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

วิธีตั้ง Stop Loss เเบบเข้าใจง่ายๆ

การตั้ง Stop Loss (จุดตัดขาดทุน) แบบเข้าใจง่ายๆ คือ การกำหนด “จุดปลอดภัย” ของการลงทุนของเรา เพื่อไม่ให้เราขาดทุนมากเกินไปนั่นเองครับ

ลองนึกภาพตามนี้: คุณกำลังเล่นเกม และรู้ว่าถ้าคุณเสียพลังชีวิตไปถึงจุดหนึ่ง เกมจะจบลงทันที Stop Loss ก็เหมือนการกำหนดจุดนั้นไว้ล่วงหน้า เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียพลังชีวิต (เงิน) จนหมด

เป้าหมายหลักของการตั้ง Stop Loss คือ

  • จำกัดการขาดทุน: ไม่ให้เงินเราหายไปเยอะเกินไป
  • รักษากำไร (ในบางกรณี): ถ้าหุ้นที่เราซื้อขึ้นไปแล้ว เราก็อาจเลื่อน Stop Loss ขึ้นมาเพื่อ “ล็อก” กำไรเอาไว้ ไม่ให้หายไปหมด

มาดูวิธีตั้ง Stop Loss กัน

1. วิธีที่ง่ายที่สุด: กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ (Percentage Stop)

วิธีนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่สุด เพราะเข้าใจง่ายและคำนวณไม่ซับซ้อน

  • แนวคิด: คุณจะยอมขาดทุนได้กี่เปอร์เซ็นต์จากเงินที่คุณลงทุนไปในสินทรัพย์นั้น
  • ตัวอย่าง:
    • คุณซื้อหุ้น A ที่ราคา 100 บาท
    • คุณตัดสินใจว่า คุณจะยอมขาดทุนได้ไม่เกิน 10% ของราคาที่ซื้อ
    • วิธีคำนวณ: 100 บาท – (100 บาท * 10%) = 100 – 10 = 90 บาท
    • สรุป: คุณจะตั้ง Stop Loss ที่ 90 บาท ถ้าหุ้น A ราคาตกลงมาถึง 90 บาท ระบบจะขายหุ้นของคุณอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่า 10%
  • ข้อดี: ง่าย สะดวก คำนวณไว
  • ข้อควรระวัง: 10% ของหุ้นตัวหนึ่ง อาจไม่เท่ากับ 10% ของหุ้นอีกตัว เพราะแต่ละตัวมีความผันผวนไม่เท่ากัน

2. วิธีที่ใช้กันเยอะ: อิงจากราคาแนวรับ (Support Level)

วิธีนี้จะใช้กราฟเทคนิคเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

  • แนวคิด: ราคาหุ้นมักจะมี “แนวรับ” ซึ่งเป็นเหมือนพื้นหรือเพดาน ที่ราคามักจะเด้งกลับเมื่อไปถึง ถ้าหลุดแนวรับนี้ไปได้ แปลว่าราคาอาจจะตกลงไปอีก
  • วิธีดูง่ายๆ:
    • เปิดกราฟราคาหุ้น (ดูได้จากแอปซื้อขายหุ้นหรือเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลกราฟ)
    • มองหา “จุดต่ำสุด” หรือ “บริเวณที่ราคาเคยลงมาแล้วเด้งกลับ” บ่อยๆ
    • จุดนั้นคือ “แนวรับ” ของหุ้น
  • ตัวอย่าง:
    • คุณซื้อหุ้น B ที่ราคา 50 บาท
    • คุณดูกราฟแล้วพบว่า หุ้น B เคยลงไปต่ำสุดที่ 48 บาท หลายครั้ง แล้วก็เด้งกลับขึ้นมาได้ตลอด
    • สรุป: คุณจะตั้ง Stop Loss ให้ ต่ำกว่าแนวรับเล็กน้อย เช่น ที่ 47.50 บาท หรือ 47 บาท ถ้าหุ้น B หลุด 48 บาทลงมาได้ แสดงว่าอาจจะลงไปอีกไกล คุณก็ขายออกเพื่อจำกัดการขาดทุน
  • ข้อดี: มีเหตุผลรองรับทางเทคนิคดีกว่าการตั้งเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างเดียว
  • ข้อควรระวัง: ต้องหัดดูกราฟแนวรับ-แนวต้านให้เป็น

3. วิธีสำหรับคนต้องการ “ล็อกกำไร”: Trailing Stop

วิธีนี้เหมาะมากเวลาที่คุณมีกำไรอยู่แล้ว และอยาก “กัน” กำไรส่วนหนึ่งไว้ไม่ให้หายไปหมด

  • แนวคิด: Stop Loss จะ “เลื่อนขึ้นตาม” ราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นไป แต่ถ้าหุ้นย่อตัวลง Stop Loss จะไม่เลื่อนกลับลงมา แต่จะค้างอยู่ที่จุดสูงสุดที่เคยเลื่อนขึ้นไป แล้วถ้าหุ้นลงมาถึงจุดนั้น ก็จะขายออก
  • ตัวอย่าง:
    • คุณซื้อหุ้น C ที่ราคา 20 บาท
    • คุณตั้ง Trailing Stop ไว้ที่ 10% (หมายถึง ถ้ากำไรลดลง 10% จากจุดสูงสุดที่เคยทำได้ จะขายออก)
    • สถานการณ์ที่ 1: หุ้น C ขึ้นไปที่ 25 บาท
      • Trailing Stop ของคุณจะเลื่อนขึ้นมาอยู่ที่ 25 – (25 * 10%) = 25 – 2.5 = 22.50 บาท
    • สถานการณ์ที่ 2: หุ้น C ขึ้นต่อไปที่ 30 บาท
      • Trailing Stop ของคุณจะเลื่อนขึ้นมาอยู่ที่ 30 – (30 * 10%) = 30 – 3 = 27 บาท
    • สถานการณ์ที่ 3: หุ้น C หลังจากทำจุดสูงสุดที่ 30 บาท ก็เริ่มย่อตัวลง มาที่ 28 บาท
      • Trailing Stop ของคุณ ยังคงอยู่ที่ 27 บาท ไม่ได้เลื่อนลงมาที่ 28 – (28 * 10%)
    • สถานการณ์ที่ 4: หุ้น C ลงต่อไปที่ 27 บาท
      • ระบบจะทำการขายหุ้น C ของคุณที่ 27 บาททันที
  • สรุป: คุณได้กำไรตั้งแต่ซื้อมา 20 บาท และขายออกที่ 27 บาท โดยที่ราคาเคยขึ้นไปสูงสุดถึง 30 บาท แต่คุณก็ยังคงได้กำไรส่วนใหญ่ไว้
  • ข้อดี: ช่วยล็อกกำไร และยังเปิดโอกาสให้หุ้นวิ่งขึ้นไปได้อีก
  • ข้อควรระวัง: ถ้าหุ้นผันผวนมากๆ อาจถูกขายออกบ่อยครั้ง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “กฎทอง 3 ข้อในการตั้ง Stop Loss” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในข้างต้น คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสามารถเทรดได้อย่างดีขึ้นครับ

Related Posts

MetaTrader 5

ข้อดีของ MetaTrader 5 เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มเทรดอื่น

ในโลกการเงินปี 2026 ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจลงทุน นักเทรดจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของเครื่องมือที่พวกเขาใช้งานอยู่ ท่ามกลางแพลตฟอร์มเทรดเกิดใหม่มากมายที่พยายามชูจุดเด่นเรื่องความง่าย…

เครื่องช่วยฟัง ราคา

เครื่องช่วยฟัง ราคาไหนที่เรียกว่าเหมาะสม?

เครื่องช่วยฟัง ราคาไหนที่เหมาะสม? เครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่ขยายเสียงให้ดังขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินสามารถได้ยินเสียงได้ชัดเจนขึ้น เครื่องช่วยฟังมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อและรุ่น แต่ละยี่ห้อมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังจึงควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ เพื่อให้ได้เครื่องช่วยฟังที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ราคาต่างๆ …

ข้อดีของการใช้บริการบริษัททำความสะอาดเก้าอี้สำนักงาน มีอะไรบ้าง?

เก้าอี้เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะอยู่ในบ้าน ออฟฟิศ หรือสถานที่สาธารณะอื่นๆ เก้าอี้มักสัมผัสกับสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่างๆ อยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขอนามัยที่ดีและยืดอายุการใช้งานของเก้าอี้ หากทำความสะอาดเก้าอี้ด้วยตัวเอง อาจไม่สะอาดหมดจด…